ทำให้ไข่เย็นในความร้อนระอุ

ทำให้ไข่เย็นในความร้อนระอุ
ถ้าอุณหภูมิลดลงจาก 37 ํซ อันเป็นระดับปกติ ไปอยู่ที่ 25 ํซ ไข่ส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง แต่ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยถึง 39 ํซ โดยใช้เวลานานเท่ากัน ก็จะเป็นอันตรายต่อไข่ได้อย่างมาก ด้วยเหตุนี้นกที่ทำรังในเขตร้อนจึงต้องต่อสู้เพื่อรักษาไข่ให้เย็นเข้าไว้ และได้พัฒนากลเม็ดหลายอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้ไข่ร้อนเกินไป


นกหัวโตแบล็กสมิทในทุ่งหญ้าที่มีต้นไม้ประปรายทางตะวันออกของทวีปแอฟริกานั้น ทำรังในหลุมตื้นๆบนพื้นดินที่มักเป็นรอยกีบตีนสัตว์ มันจะยืนคร่อมไข่ไว้และกางปีกบังแดดให้ไข่

นกยางเขตร้อนบางชนิดถึงกับเอามูลของตัวเองฉาบไข่ไว้เพื่อให้อุณหภูมิคงที่คล้ายกับกระดิกน้ำเย็น ซึ่งข้างนอกอาจร้อน แต่ของที่บรรจุภายในยังเย็นอยู่

ารใช้กลวิธีอันชาญฉลาดในการปกป้องไข่จากแดดที่แผดเผาดังที่ได้กล่าวมานี้ ทำให้นกสามารถทำรังวางไข่ในทำเลที่ไม่น่าเป็นไปได้ เช่น กลางทะเลทรายโล่ง หรือบนยอดไม้ใบโกร๋น อันเป็นทำเลที่ไข่และลูกนกอาจปลอดภัยยิ่งขึ้นจากสัตว์ผู้ล่า

ถ้าไข่นั้นถูกแสงอาทิตย์โดยตรงอย่างเดียว การบังแดดให้ก็เป็นวิธีที่ใช้ได้ผล แต่ถ้าอุณหภูมิโดยรอบสูงมาก ก็จำเป็นต้องใช้กลวิธีที่แตกต่างไป เช่น นกกระสาคอดำ หรือ นกแจบิรู ในออสเตรเลีย ใช้วิธีอมน้ำไว้ในจะงอยปากแล้วพ้นใส่ไข่ แต่นกหัวโตอียิปต์ มีจะงอยปากเล็ก อมน้ำไม่ได้มาก มันจึงกลบไข่ไว้ในทราย
แล้วเอาหน้าอก ไปแช่น้ำที่อยู่ใกล้ที่สุดให้ขนเปียก จากนั้นก็รีบกลับมายังรังเพื่อสลัดน้ำเป็นฝอยลงบนไข่ที่หมกทรายอยู่

ฟักไข่ในความหนาวเหน็บ

ไม่ร้อน ไม่หนาว
กบางชนิดพัฒนาวิธีการอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ไข่ของมันอุ่นหรือเย็นเท่าที่จำเป็นในสภาวะอากาศอันรุนแรง


ฟักไข่ในความหนาวเหน็บ
นกเพ็นกวินจักรพรรดิซึ่งเป็นนกเพ็นกวินขนาดใหญ่นั้นจะเป็นนกน้ำ แต่มันกลับวางไข่บนบก โดยในตอนต้นฤดูหนาวมันจะวางไข่เพียงใบเดียว ณ บริเวณที่อยู่ลึกเข้าไปในทวีปแอนตาร์กติก มันเริ่มเกี้ยวพานกันในฤดูใบไม้ร่วง ครั้นถึงเวลาที่ตัวเมียวางไข่ใน 2 เดือนถัดมามันจะมีน้ำหนักลดลงร้อยละ 20 เพราะเสียพลังงานไปในการผลิตไข่และการเดินทางไกลไปยังจุดวางไข่


ทันทีที่ไข่ออกมา แม่นกก็ใช้จะงอยปากเขี่ยให้ไข่กลิ้งมาอยู่บนหลังเท้าเพื่อกันไม่ให้ไข่เย็นจนแข็ง จากนั้นพ่อนกก็เดินเข้ามาหาและย้ายไข่ไปไว้บนหลังเท้าของมันแทน ส่วนแม่นกก็จะออกทะเลเพื่อหาอาหารกิน ปล่อยให้พ่อนกกกไข่ในฤดูหนาว ซึ่งหนาวจัดจนอุณหภูมิอาจลดเหลือ -60 ํซ และลมอาจแรงถึง 200 กม./ชม.
เนื่องจากพวกมันไม่ทำรัง พ่อนกจึงกกไข่โดยวางไข่บนหลังเท้าเพื่อไม่ให้ไข่โดนน้ำแข็ง และใช้หนังที่ห้อยจากท้องน้อยคลุมไข่ไว้ พ่อนกเพิ่งผลัดขนส่วนนี้ ออกก่อนหน้านี้ได้ไม่นานเพื่อใช้กกไข่ ใต้ผิวหนังที่กกไข่นั้น มีเส้นเลือดมากมาย ทำหน้าที่คล้ายเครื่องทำความร้อนเพื่อคอยรักษาไข่ไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม

พ่อนกกกไข่โดยไม่พักเลยตลอดเวลา 2 เดือนขณะที่แม่นกออกทะเล พ่อนกได้อาหารจากไขมันที่สะสมไว้มากในร่างกาย มันทำทุกอย่างเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและสำรองพลังงาน เมื่ออากาศหนาวจัดพวกมันจะจับกลุ่มเป็นฝูงใหญ่ บางครั้งถึง 6,000 ตัว แต่ละตัว เอาปากพาดบ่าตัวข้างหน้า และคอยเขยิบตัวเข้าไปเรื่อยๆ เพื่อเข้าไปอยู่กลางฝูงที่มีไออุ่นกว่า ตามปกติลูกนกฟักเป็นตัวเมื่อแม่นกกลับจากทะเล เพื่อรับช่วงดูแลต่อจากพ่อนก

ความห่วงใยที่ไม่เท่าเทียม

ความห่วงใยที่ไม่เท่าเทียม
ม่กบดาร์วิน วางไข่บนพื้นป่าบีชทางใต้ของประเทศชิลีโดยไม่อาศัยน้ำ พ่อกบจะคอยเฝ้าไข่อยู่จนลูกอ๊อดเริ่มขยับตัวในวุ้นที่ห่อหุ้มไว้ แล้วพ่อกบก็จะกลืนลูกเข้าไปเก็บไว้ในถุงกล่องเสียง เพื่อพกพาลูกติดตัวไปด้วยเป็นเวลานานประมาณ 3 สัปดาห์ ลูกอ๊อดจะเจริญเป็นกบตัวเล็กๆอยู่ในนั้นโดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการกินอาหารของพ่อ แต่จะทำให้เสียงร้องของพ่อเปลี่ยนไป เมื่อลูกกบโตแล้ว พ่อก็จะปล่อยลูกๆออกมา จากในปาก และปล่อยให้ลูกๆดูแลตัวเองเพียงลำพัง

พ่อที่ห่วงใยลูกยิ่งกว่ากบดาร์วิน ได้แก่ แซลาแมนเดอร์ยักษ์ หรือ เฮลล์เบนเดอร์ ที่มีลักษณะคล้ายตัวนิวต์ พวกมันอาศัยอยู่ในทวีปอเมริเหนือ ตัวผู้ซ่อนไข่ที่ผสมแล้วไว้ใต้ก้อนหินในลำธารที่น้ำไหลเชี่ยว และคอยเฝ้าปกป้องไข่ เพื่อให้พ้นภัยจากสัตว์อื่นๆ รวมถึงภัยจากสัตว์ชนิดเดียวกันด้วย สัตว์ที่พยายามบุกรุกเข้าไปใต้ก้อนหิน ที่ซ่อนไข่อันแสนหวงของ แซลาแมนเดอร์ยักษ์ จะถูกขับไล่อย่างดุร้าย..